วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

สินค้าชุมชน


การทำเครื่องเงินเขวาสินรินทร์
ลวดลายเครื่องเงินโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของลุงป่วน มีทั้งหมด 13 ลาย คือ กจร ไข่แมงดา มะลิ ดอกปลึด 3 ชั้น ตังโอ ระเวยิ่ง รำหอก ทานตะวัน รวงผึ้ง รำหอกโปรง เอกปลึด รังแตน และตังโอ 3 ชั้น ซึ่งลายที่ทำยากที่สุด คือ ลายรำหอก เนื่องจากเป็นลายที่มีความสลับซับซ้อนในการทำและมีราคาแพงมาก "ลุงเคยทำทั้ง 13 ลายนี้ถวายให้กาญจนาภิเษก วิทยาลัยช่างทองหลวง เมื่อปี 2544 เนื่องในโอกาสที่ลูกศิษย์ของเขามาเรียนกับลุง เพื่อเอาไว้ให้ลูกศิษย์ได้ศึกษา แล้วเขาก็อนุญาตให้ลุงทำลายทั้ง 13 ลายนี้เอาไว้ 1 ชุด แต่ห้ามขาย น้ำหนักแต่ละดอกประมาณ 200 กรัม นอกเหนือจาก 13 ลายนี้แล้ว ลุงจะคิดและออกแบบเองทั้งหมด แต่จะไม่มีการเขียนแบบเก็บเอาไว้ ถ้าขายแล้วก็จะไม่ทำอีก เพราะทำยาก หมู่บ้านนี้เขาจะสอนทำกันแต่ประเกือม (ประคำ) ไม่ค่อยมีคนทำเครื่องเงินลายโบราณแบบลุงหรอก เครื่องเงินลายโบราณเหล่านี้อาจจะหายไปในอนาคตก็ได้" ลุงป่วน กล่าวย้ำ เห็นได้ชัดว่าศิลปะของไทยโบราณ กำลังจะหดหายไปทุกที กระบอกเสียงของชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้ คงจะดังไม่พอ หากคนไทยด้วยกันไม่ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ อีกหน่อยศิลปะเหล่านี้คงไม่มีให้เราเห็นอีกต่อไป


การทอผ้าไหมบ้านท่าสวาง
การทอผ้าของชาวบ้าน ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาการว่างงานจากการทำเกษตรกรรมได้ เราจึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่งานอุตสาหกรรมสักเท่าไร งานของเราจะเน้นการใช้ฝีมือ จึงผลิตออกมาน้อยและมีจำนวนจำกัด แล้วสีที่นำมาย้อมผ้าเราจะเน้นสีย้อมที่เป็นธรรมชาติ กี่ทอผ้าแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของหมู่บ้าน" อ.วีรธรรม กล่าว
หากมองวิถีชีวิตของชาวบ้านท่าสว่าง จะเห็นได้ชัดว่าชาวบ้านยังคงนิยมใช้ผ้าไหมในชีวิตประจำวัน ซึ่งผ้าไหมเมืองสุรินทร์โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเขมร ลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้น ล้วนมีความหมายอันเป็นมงคลทั้งสิ้น
แม้จุดเด่นของผ้าไหมเมืองสุรินทร์จะน่าสนใจ แต่ผ้าไหมของหมู่บ้านท่าสว่าง กลับประสบกับปัญหาด้านการตลาด โดยเฉพาะเงินทุนที่จะนำเข้ามาหมุนเวียน "วัน" ปิยะวรรณ ตระกูลเงินไทย หัวหน้ากลุ่มอาชีพสตรีผ้าทอบ้านท่าสว่าง กล่าวว่า ทุกวันนี้ผ้าไหมกลุ่มสตรีของผ้าทอบ้านท่าสว่าง ต้องใช้สีเคมีมาย้อมเส้นไหม เนื่องจากสีธรรมชาติหายากและมีราคาแพง แต่การย้อมเส้นไหมด้วยสีเคมี จะย้อมอย่างดี ไม่ทำให้สีตก ลูกค้าจึงชื่นชอบกันมาก
"ผ้าไหมของเราเรียกว่าใช้สีเคมีประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่เรามีปัญหาในเรื่องของเส้นไหมที่จะนำมาทอ เพราะไหมที่เราเลี้ยงเอาไว้ เราเลี้ยงได้ไม่มากนัก บางครั้งไหมก็ตาย อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงไหม ทำให้เราต้องสั่งเส้นไหมมาจากตัวเมือง เมื่อก่อนเราจะส่งผ้าไหมไปขายในตัวเมืองด้วย แต่โดนกดราคามาก ตอนนี้ชาวบ้านที่อยู่ในกลุ่มเลยทอผ้าแล้วมาเช่าพื้นที่ในหมู่บ้านขายเอง ซึ่งรายได้จากการขายก็ซบเซาลงไปมากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจตอนนี้ แล้วหมู่บ้านของเราหายาก ส่วนตัวแล้วอยากจะให้รัฐเข้ามาช่วยในเรื่องของการประชาสัมพันธ์หมู่บ้านของเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย" หัวหน้ากลุ่มอาชีพสตรีผ้าทอบ้านท่าสว่าง


กาละแมสดศีขรภูมิ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

ศีขรภูมิ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสุรินทร์ เป็นที่ตั้งของโบราณสถานปราสาทศีขรภูมิ หรือปราสาทระแงง จึงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมที่อำเภอศีขรภูมิแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย นอกจากปราสาทศีขรภูมิที่มีชื่อเสียงแล้วนั้น ของฝากของที่อำเภอนี้ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน เป็นของฝากที่ใครไปใครมาไม่ควรพลาดนนั่นก็คือ “กาละแมสดศีขรภูมิ” จุดเด่นของกาละแมสดศีขรภูมิที่แตกต่างจากกาละแมอื่น ๆ คือความสดทำใหม่กันทุกวันไม่ใส่วัตถุกันเสีย กาละแมมีกลิ่นหอมใบไม้(น่าจะเป็นใบตอง) รสชาติหวานมัน ไม่หวานจัด เนื้อกาละแมเนียน นุ่มรับประทานง่าย
วิธีทำกาละแม (ขอบคุณข้อมูลจาก Thaitambon.com) เริ่มจากกวนมะพร้าวให้สุกผสมกับน้ำตาล ต่อมานำไปกวนในกระทะเหล็กใช้ไฟอ่อน ๆ นำกาละแมมาเทใส่กระจาดปูพื้นด้วยพลาสติก และนำไปบรรจุหีบห่อ (ภายนอกห่อด้วยกระดาษว่าวสีสดใส)

สำหรับร้านกาละแมสดที่ทีมงานเราแวะไปซื้อของฝากคือ ร้านกาละแม ตราแม่สองบาล (นิยมเรียกกันว่าตราช้าง เพราะว่าสัญลักษณ์เป็นรู้ช้างสองตัวแม่ลูก) จากการสอบถามพี่เจ้าของร้านที่ใจดีอนุญาตให้เราเข้าไปถ่ายรูปได้ว่าที่ร้าน จำหน่ายกาละแมสดอยู่ฝั่งตรงข้ามปราสาทศีขรภูมิ มาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่รุ่นก่อนจนมาถึงรุ่นปัจจุบัน (สังเกตหาร้านได้จากป้ายรูปช้าง) รสชาติของกาละแมที่นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กาละแมสีดำสนิท เนื้อนุ่ม กลิ่นหอม รสหวานมัน ไม่หวานมากนัก ทำกันใหม่ ๆ สด ๆ ให้เห็น แต่ข้อเสียของกาละแมสด คือกินแล้วอยากกินเรื่อย ๆ (อันตรายสำหรับคนกลัวอ้วน และคนที่มีน้ำหนักมากอยู่แล้ว โปรดระมัดระวัง) หากแวะมาเยี่ยมเยียนที่ปราสาทศีขรภูมิแล้วอย่าลืมแวะซื้อกาละแมสดเป็นของฝากกลับบ้านนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น